#สัจจะไร้สิ่งคู่.

#คัมภีร์ เต๋า เต๋อ จิง.

##กระทำด้วยสติปัญญา.

      ##คำสอนท่านฮวงโป, ตอนที่ ๓๓๐, หน้า ๑๑๗; ขอแบ่งออกเป็น ๒ ประโยค ดังนี้ :-

      ##ประโยคที่ ๑ ""แต่ถ้าเผอิญโพธิสัตว์เหล่านั้นเกิดถอยกำลังในการรักษาจิตของท่านให้อิสระจากความคิดปรุงแต่ง ความยึดมั่นถือมั่นในรูปก็จะลากตัวท่านกลับมาสู่โลกแห่งปรากฏการณ์อีก""

      โพธิสัตว์ในความหมายของนิกายเซน หมายถึง ผู้ที่เห็นแจ้งอยู่กับจิตหนึ่ง แต่ยังไม่เสถียรถาวร บางครั้งก็ถูกความคิดปรุงแต่งเกิดครอบงำ ถ้าพูดตามหลักของเถรวาท เรียกว่า อริยบุคคลระดับต้น ๆ เช่น โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี ยังไม่ถึงระดับอรหันต์.

      ที่ท่านกล่าวว่า ความยึดมั่นถือมั่นในรูป หมายถึง การติดเพลินอยู่กับความคิดปรุงแต่ง รูปในที่นี้ มิใช่รูปที่เป็นอายตนะภายนอก แต่หมายถึง จินตภาพที่เกิดขึ้นกับใจ ท่านได้ชี้ให้เห็นว่า ถ้าผู้ที่เห็นแจ้งอยู่กับจิตหนึ่งเกิดถอยกำลัง ก็ทำให้ความคิดปรุงแต่งเกิดขึ้นครอบงำได้เหมือนกัน.

      ##ประโยคที่ ๒ ""แล้วรูปเหล่านั้น แต่ละอย่างก็จะสร้างกรรมของมารขึ้นสำหรับท่าน!""

      คำว่า กรรม ที่ได้เขียนไปหลายครั้งแล้วว่า หมายถึง การกระทำที่ประกอบด้วยกิเลส แต่ถ้าการกระทำประกอบด้วยสติปัญญา ไม่เรียกว่า กรรม แต่เรียกว่า กิริยา เช่น การกระทำของพระอรหันต์ ซึ่งเป็นผู้บริบูรณ์อยู่ด้วยสติปัญญา; ท่านใช้คำว่า "สร้างกรรมของมาร" หมายถึง การสร้างการกระทำที่อยู่ภายใต้อำนาจของกิเลส, มาร ก็คือ กิเลส.

      ที่ได้เขียนไปแล้วในประโยคแรกว่า รูปในความหมายของท่านฮวงโป มิใช่รูปที่เป็นอายตนะ แต่หมายถึง จินตภาพที่เกิดขึ้นกับใจ เป็นลักษณะของความคิดปรุงแต่ง ซึ่งมีหลายหลากมากเรื่องราว ดังนั้น จงเปลี่ยนจากการกระทำด้วยกิเลส ให้มาเป็นการกระทำด้วยสติปัญญา แล้วสิ่งที่เรียกว่า กรรม ก็กลายเป็นกิริยา. (๒ พ. ย.๖๔)

No comments yet...

Leave your comment

13445

Character Limit 400